ทำไม "อาหารบนเครื่องบิน" รสชาติเปลี่ยนไป? รสชาติไหน "อร่อยขึ้น" เมื่ออยู่สูง 30,000 ฟุต

ไขความลับวิทยาศาสตร์! ทำไม "อาหารบนเครื่องบิน" รสชาติเปลี่ยนไป? พร้อมเปิดเมนูที่อร่อยที่สุดที่ความสูง 30,000 ฟุต
เชื่อว่าผู้โดยสารหลายคนคงเคยสงสัยว่า เหตุใดอาหารหรือเครื่องดื่มที่รับประทานบนเครื่องบินถึงมีรสชาติจืดชืดหรือแปลกไปจากเดิม ทั้งที่เมนูเดียวกันเมื่อรับประทานบนพื้นดินกลับมีความอร่อยกลมกล่อม ล่าสุดผลการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ได้ออกมาเปิดเผยแล้วว่า ปรากฏการณ์นี้ไม่ได้เกิดจากคุณภาพของอาหารที่ไม่ดี แต่เกิดจากปัจจัยทางกายภาพในห้องโดยสารที่ส่งผลกระทบต่อประสาทสัมผัสของมนุษย์โดยตรง
เสียงเครื่องบินและแรงดันอากาศ ตัวการทำลายลิ้นรับรส
ศ.ชาร์ลส์ สเปนซ์ นักจิตวิทยาการทดลองจากมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด ได้ทำการศึกษาวิจัยในปี 2014 และพบว่า "เสียงรบกวนของเครื่องยนต์เจ็ท" ในห้องโดยสาร ส่งผลให้ความสามารถในการรับรสชาติบางประเภทของมนุษย์ลดลง โดยเฉพาะ "รสหวาน" และ "รสเค็ม" ทำให้เครื่องดื่มอัดลมหรืออาหารที่มีรสหวานกลมกล่อมบนพื้นดิน รสชาติจืดชืดลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อบินอยู่กลางอากาศ
นอกจากนี้ รัสส์ บราวน์ ผู้อำนวยการฝ่ายอาหารและสินค้าบนเครื่องบินของสายการบินอเมริกันแอร์ไลน์ส ยังเสริมว่า "แรงดันอากาศและความชื้นต่ำในห้องโดยสาร" ก็ส่งผลกระทบต่อร่างกาย ระบบการย่อย และทำให้ความสามารถในการรับรสเค็มและรสหวานลดลงเช่นเดียวกัน
iStockphoto
รสชาติไหนที่ "อร่อยขึ้น" เมื่ออยู่สูง 30,000 ฟุต?
แม้รสหวานและรสเค็มจะดรอปลง แต่งานวิจัยพบว่ามีรสชาติหนึ่งที่กลับเด่นชัดและกลมกล่อมยิ่งขึ้นเมื่ออยู่บนความสูง นั่นคือ "รสอูมามิ" (Umami) หรือรสกลมกล่อม นัวๆ จากธรรมชาติ ทำให้วัตถุดิบอย่าง มะเขือเทศ เห็ด หรือพาร์เมซานชีส กลายเป็นตัวเลือกเมนูที่รับประทานบนเครื่องบินแล้วอร่อยที่สุด
ความรู้ทางวิทยาศาสตร์นี้ทำให้สายการบินชั้นนำทั่วโลกเริ่มปรับตัว เช่น การออกคราฟต์เบียร์สูตรพิเศษที่ปรุงขึ้นมาเพื่อชูรสชาติการดื่มบนที่สูงโดยเฉพาะ หรือสายการบินบริติชแอร์เวย์สที่เคยเปิดตัวเพลย์ลิสต์เพลง "Sound Bites" เพื่อให้ผู้โดยสารฟังขณะรับประทานอาหาร เพราะเสียงที่มีความถี่ระดับสูงจะช่วยชูรสหวาน ส่วนเสียงความถี่ต่ำจะช่วยชูรสขม ทำให้ประสบการณ์การรับประทานอาหารบนเครื่องบินมีความสุนทรีย์มากยิ่งขึ้น
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี